Mythologic

ในช่วง 376–316 ปีก่อนคริสตกาล Olympias เธอคือเจ้าหญิงแห่ง Epirus
(ดินแดนทางตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรป) ภรรยาคนที่ 4 ของ "กษัตริย์
ฟิลิปที่ 2 แห่งมาเซโดเนีย" และมารดาของ "กษัตริย์อเล็กซานเดอร์ที่ 3"
(Alexander the Great)

และเรียกได้ว่าเธอเป็นราชินี ผู้ทรงอำนาจแห่งมาเซโดเนีย
เธอนั้นมีใจศรัทธาเป็นอย่างมากต่อ เทพกรีกนาม Dionysus และ
สัตว์เลี้ยงที่เธอโปรดปรานที่จะเก็บไว้ข้างกายที่สุดคือ งู

เป็นที่ชัดแจ้งว่า นามที่แท้จริงของ โอลิมเปียส คือ Myrtale (หรือ Mistilis)
แต่หลังจากนั้นเธอถูกเรียกขานว่า Olympias เพื่อเป็นการรำลึกถึง
ชัยชนะของกษัตริฟิลิบในโอลิมปิคเกมส์เมื่อ 356 ปีก่อนคริสตกาล ตอนวัยเด็ก
เธอถูกเรียกว่า Polyxena แต่หลังจากที่แต่งงานก็เป็น Myrtale แต่เธอเป็น
ที่รู้จักกันในนาม Olympias และ Stratonice

โอลิมเปียสเป็นบุตรสาวของ นีโอปโตเลมัส (Neoptolemus) ผู้ครองเมือง
Epirus ซึ่งสืบทอดเชื้อสายวงศ์ตระกูลแห่ง Aeacidae (ถูกอ้างว่าเป็นลูกหลาน
เืทพ Zeus ) ซึ่งจากการที่ครอบครัวเป็น ผู้สืบทอดเชื้อสายนี้เอง ทำให้พี่ชาย
ของเธอได้เป็น "อเล็กซานเดอร์ที่ 1" แห่ง Epirus

พ่อของเธอเสียชีวิตลงเมื่อ 360 ปีก่อนคริสตกาล และ Arymbas (น้าชาย
ของโอลิมเปียส) ก็ได้ทำสนธิสัญญากับกษัตริย์องค์ใหม่แห่ง
มาเซโดเนีย ซึ่งก็คือ กษัตริย์ฟิลิปที่ 2 แห่งมาเซโดเนียนั่นเองค่ะ

และเพื่อสานสัมพันธ์ทางการทูต หลานสาวของ Arymbas
ซึ่งก็คือ โอลิมเปียสก็ได้กลายมาเป็นราชินีแห่งมาเซโดเนียใน
ช่วง 359 ปีก่อนคริสตกาล

ตามการบันทึกของนักกวีชาวกรีก Plutarch แห่ง Chaeronea กล่าวว่า

"ในคืนก่อนที่การแต่งงานจะสมบูรณ์ โอลิมเปียสได้ฝันเห็นว่า
มีสายฟ้าผ่าลงมาที่ตัวเธอ ไฟซึ่งเร่าร้อนและยิ่งใหญ่ ซึ่งแผ่กระจาย
ความสว่างโชติช่วงด้วยตัวของพวกเขาทั้งหลาย และหลังจากนั้น
ก็ดับไป"

กล่าวกันว่า ฟิลิปที่ 2 นั้นตกหลุมรัก โอลิมเปียสตั้งแต่ครั้งแรกที่พวก
เขาได้พบกัน และการแต่งงานก็เป็นไปอย่างรวดเร็วราวกับพายุ อย่างไรก็ตาม
โอลิมเปียส ได้กลับมายัง Epirus ช่วงฤดูใบไม้ร่วง และใช้เวลา
ช่วงฤดูหนาวที่นั่น

ช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิด 356 ปีก่อนคริสตกาล ภายใต้ความกดดันของน้า
ของเธอ เธอจำต้องกลับไปยัง Pella เมืองหลวงของมาเซโดเนีย ในการกลับ
มาครั้งนี้เธอตั้งท้อง เธอให้กำเนิดลูกชายนาม Alexander ในช่วงปลาย
เดือนกรกฎาคม 356 ปีก่อคริสตกาล ภายหลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ให้กำเนิด
ลูกสาวอีกคนของฟิลิปคือ Cleopatra (ไม่ใช่คลีโอพัตราของอียิปต์)

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะเป็นการเกิดของลูกชายตามกฏหมาย (ความจริง
ฟิลิปที่ 2 มีลูกชายของเราแล้วคือฟิลิปที่ 3) ตัวฟิลิปที่ 2 นั้นกลับดูหมิ่นลูกชาย
ของเขากับ โอลิมเปียส ว่า ไม่ใช่สายเลือดบริสุทธิ์แห่งมาเซโดเนีย
(Not of pure Macedonian blood)

ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่สามีไม่ยอมรับในตัวลูกชาย โอลิมเปียสยืนกรานว่า
Zeus ราชาแห่งเทพเป็นผู้ทำให้เธอตั้งครรภ์ในขณะที่เธอ นอนหลับอยู่ใต้ต้น
โอ๊ก (ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวเทพเซอุส)
ซึ่งอเล็กซานเดอร์เองก็ดูเหมือน
จะเชื่อเรื่องเล่านั้น ดังเช่นที่ภายหลังเขามองหาหลักฐานมายืนยัน เกี่ยวกับ
การสืบเชื้อสายของเขา ในสถานที่บูชาอันศักดิ์สิทธิ์ของเทพเซอุส
ที่ Siwa โอเอซิสแห่งอียิปต์

โอลิมเปียส โกรธเคืองอย่างมากที่กษัตริย์ฟิลิบ ไปแต่งงานกับ Cleopatra
Eurydice
เมื่อช่วง 337 ปีก่อนคริสกาล แต่สาเหตุที่ทำให้เธอโกรธเคืองนั้น
ไม่ใช่เพราะ ฟิลิปเลือกหญิงคนใหม่มาเป็นภรรยา แต่เป็นเพราะหลังจาก
แต่งงานกับ Cleopatra Eurydice เขาก็หย่าร้างกับโอลิมเปียส

ซึ่งถือเป็นการบอกปัดลูกชายของเธอ Alexander ไม่ให้ได้ขึ้นครองราชย์
ในงานเลี้ยงฉลองการแต่งงาน Attalus ผู้คุ้มครองของ Cleopatra Eurydice
หมายจะให้ทั้งคู่ "มีผู้สืบทอดตามกฎหมาย" ร่วมกัน

Alexander และ โอลิมเปียส เดินทางกลับเข้าไปยัง Epirus ที่ซึ่งพี่ชาย
ของเธอเป็นกษัตริย์ปกครองอยู่ เป็นเวลานับปี เธอและลูกชาย ย้อนกลับไป
ยัง Pella (เมืองหลวงของมาเซโดเนีย) หลังจากเกิดการประนีประนอมกันอย่าง
แจ่มชัด หรือย่างน้อยที่สุดก็หยุดการเป็นปรปักษ์กันชั่วคราว

ฟิลิปเริ่มมีการสานความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับ อเล็กซานเดอร์ที่ 1
โดยการโดยการยื่นข้อเสนอ ให้เขาแต่งงานกับลูกสาวของโอลิมเปียส
คลีโอพัตรา (คือลุงแต่งกับหลาน?) เพียงไม่นานหลังการแต่งงาน ฟิลิปก็
ถูกฆาตรกรรม ซึ่งแน่นอนว่าไม่เป็นที่ชัดเจนนักว่า โอลิมเปียสเป็นผู้วางแผน
การครั้งนี้ หรือจะเป็นอเล็กซานเดอร์...

แต่เป็นที่แน่นอนว่า อเล็กซานเดอร์ ได้พบกับผู้ที่สังหารฟิลิป
(Pausanias ผู้เป็นบอร์ดี้การ์ของตัวฟิลิปเองที่ทำการฆ่าเขา) และนำร่าง
ของเขาไปทำการประหารโดยตรึงไว้ที่กางเขนต่อหน้าสาธารณชนเป็นเวลา
หลายวัน ซึ่งศีรษะของ Pausanias ถูกพบในสภาพที่มีมงกุฎทองคำอยู่บนหัว

ซึ่งคาดว่า มันถูกวางไว้โดยโอลิมเปียส ท้ายที่สุดร่างของเขาก็ถูก
นำลงมาจากการตรึงกางเขน และวางทับไว้เหนือร่างขอฟิลิป ทั้งสองศพ
ถูกเผาร่วมกันตามพิธีกรรมของชาวมาเซโดเนียน และโอลิมเปียนยัง
แสดงออกถึงการไว้อาลัยให้แก่ Pausanias

ซึ่งดาบที่ Pausanias ใช้ในการสังหารฟิลิปนั้น ถูกแขวนอยู่ใน
วิหารแห่งเทพอพอลโล ที่เดลฟี ตามคำสั่งพิเศษจากตัว Olympias เอง
ภายใต้ชื่อ Mistilis (หรือ Myrtale ชื่อที่แท้จรืงของโอลิมเปียสค่ะ)

โอลิมเปียส ยังทำการสังหาร Caranus ลูกชายของฟิลิปกับภรรยาคนสุดท้าย
ของเขา Cleopatra Eurydice เธอยังฆ่า Europa น้องสาวของ Caranus
อีกด้วย
และยังบีบบังคับให้ Cleopatra Eurydice ทำการแขวนคอตัวเองตาย

ในช่วงเวลาที่อเล็กซานเดอร์ไม่อยู่ ซึ่งเธอทำการติดต่อทางจดหมาย
อย่างสม่ำเสมอ เธอเป็นผู้ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในมาเซโดเนีย อันเป็นสาเหตุ
ให้เกิดปัญหาความยุ่งยากต่อผู้สำเร็จราชการอย่าง Antipater

เมื่อกษัตริย์อเล็กซานเดอร์เสียชีวิตในช่วง 323 ปีก่อนคริสตกาล โอลิมเปียส
เดินทางกลับมาเยือน Epirus อีกครั้ง เธอให้ความช่วยเหลือหลานชายของเธอ
อเล็กซานเดอร์ที่ 4 (ลูกชายของอเล็กซานเดอร์ที่ 3 กับเจ้าหญิง Roxana
แห่ง Bactria)

และในช่วง 317 ปีก่อนคริสตกาล เธอได้เป็นพันธมิตรกับ Polyperchon ซึ่งถูก
ปกครองโดย Antipater ในช่วง 319 ปีก่อนคริสตกาล โอลิมเปียสได้นำ กอง
กำลังทหาร พยายามทำการขับไล่ Cassander ลูกชายของ Antipate
โดยใช้อำนาจของมาเซโดเนีย

เมื่อเธอสู้รบกับ Eurydice ที่ 3 (หลานสาวของฟิลิปที่ 2) ทหารของ
Eurydice หันมาสวามิภักดิ์ต่อโอลิมเปียส เพราะไม่เต็มใจที่จะต่อต้านมารดา
แห่งอเล็กซานเดอร์ โอลิมเปียสจำคุก Eurydice และสามีของเธอ (ฟิลิปที่ 3
แห่งมาเซโดเนีย) เขาถูกประหารชีวิต และ Eurydice ถูกบังคับให้แขวน
คอตาย และท้ายที่สุดโอลิมเปียสก็ไ้ด้กลายมาเป็น "นายหญิง" แห่งมาเซโดเนีย

ภายหลัง Cassander รีบเร่งมาจาก Peloponnesus (คาบสมุทรและบริเวณ
ส่วนกว้างทางทิศใต้ของกรีก) หลังจากโอบล้อม และบีบบังคับให้โอลิมเปียส
ยอมมอบตัวใน Pydna ที่ซึ่งเธอยึดเอาเป็นที่ปลอดภัย โดยหนึ่งในข้อตกลง
ของการยอมจำนนนั้นคือ ชีวิตของโอลิมเปียสต้องได้รับการสงวนไว้

ในความอาฆาตแค้นนี้ เธอรู้สึกสำนึกผิดต่อผู้คนมากมายที่เธอ เคย
ปฎิบัติด้วยอย่างทารุณ ในระหว่างที่เธอครองอำนาจ โดยไม่มีการพิจารณา
ความผิด เธอเสียชีวิตลงในช่วง 316 ปีก่อนคริสตกาล โดยเหล่าเพื่อน
ฝูงของผู้คนที่เธอเคยเข่นฆ่า

Cassander ยังกล่าวว่าเขาละเลย ที่จะทำตามคำขอร้องครั้งสุดท้าย
ของเธอ ที่กล่าวถึงการทำพิธีฝังศพให้กับเธอ

* ได้มีการพิจารณาถึงบางเรื่องที่กล่าวว่า เธอเป็นหญิงที่โหดเหี้ยมนั้น
เป็นการกล่าวเกินจริง เธอพยายามที่จะใช้ชีวิตอยู่ เพื่อมองดูทายาท
ของลูกชาย และหลานชายของเธอ หลังจากอเล็กซานเดอร์เดอะเกรท
เสียชีวิตลง เธอเป็นเพียงหนึ่งในจำนวนน้อยนิดที่ไม่ได้ต่อสู้
เพื่ออำนาจของตัวเอง แต่เพื่อการสืบทอดราชวงศ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย

หมายเหตุ : ถ้าแปลผิดบ้างต้องขออภัยด้วยนะคะ โค้งงง
บางแหล่งก็เขียนไม่ค่อยเหมือนกัน แอบงงด้วย ฮ่าๆ พยายามจะ
เอามารวมๆกันให้กลางๆน่ะค่ะ สุดท้ายขอบคุณที่ติดตามอ่านค่า

หมายเหตุ 2 : ภาพโจลี่ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องแต่อย่างใด ฮ่าๆๆๆ
แปะให้จิ้นเฉยๆค่ะ กร๊าก สนใจดูรูปได้ตามลิ้งค์เลยค่ะ อะฮ๊าง หลังจาก
แปลบทความชุดนี้แล้ว ยิ่งรู้สึกอินกับโจลี่ในบท พระนางโอลิมเปียส
เข้าไปใหญ่เลยอ่ะ T^T

- Alexander : Olympias [1]
- Alexander : Olympias [2]